Search This Blog

16/09/2018

いきものがかり Ikimono-gakari - YELL


Title: YELL
Artist: いきものがかり Ikimono Gakari

“わたしは”今 どこに在るの」と 
Watashi wa ima doko ni aru no to
踏みしめた足跡を 何度も見つめ返す
Fumishimeta ashiato wo nando mo mitsume kaesu
枯葉を抱き 秋めく窓辺に 
Kareha wo daki akimeku madobe ni
かじかんだ指先で 夢を描いた
Kajikan da yubisaki de yume wo egaita

翼はあるのに 飛べずにいるんだ
Tsubasa wa aru noni tobezu ni irun da
ひとりになるのが 恐くて つらくて
Hitori ni naru no ga kowakute Tsurakute
優しいひだまりに 片寄せる日々を
Yasashii hidamari ni kata yoseru hibi wo
越えて 僕ら 孤独な夢へと歩く
Koete bokura kodoku na yume e to aruku

サヨナラは悲しい言葉じゃない
Sayonara wa kanashii kotoba janai
それぞれの夢へと僕らを繋ぐ YELL
Sorezore no yume e to bokura wo tsunagu YELL
ともに過ごした日々を胸に抱いて
Tomo ni sugoshita hibi wo mune ni daite
飛び立つよ 独りで 未来(つぎ)の 空へ
Tobidatsu yo hitori de tsugi no sora e

僕らはなぜ 答えを焦って 宛ての無い暗がりに
Bokura wa naze kotae wo asette Ate no nai kuragari ni
自己(じぶん)を探すのだろう
Jibun wo sagasu no darou
誰かをただ 想う涙も
Dareka wo tada omou namida mo
真っ直ぐな 笑顔も ここに在るのに
Massugu na egao mo koko ni aru noni

“ほんとうの自分”を 誰かの台詞(ことば)で 繕うことに 逃れて 迷って
"Hontou no jibun" wo dareka no kotoba de tsukurou koto ni nogarete mayotte
ありのままの弱さと 向き合う強さを つかみ 僕ら 初めて 明日へと 駆ける
arinomama no yowasa to mukiau tsuyosa wo tsukami bokura hajimete asu e to kakeru

サヨナラを誰かに告げるたびに 僕らまた変われる 強くなれるかな
たとえ違う空へ飛び立とうとも 途絶えはしない想いよ 今も胸に
Sayonara wo dareka ni tsugeru tabi ni bokura mata kawareru tsuyoku nareru ka na
tatoe chigau sora e tobitatou tomo todae wa shinai omoi yo ima mo mune ni

永遠など無いと 気づいた時から
Eien nado nai to (kidzuita toki kara)
笑い合ったあの日も 歌い合ったあの日も
Warai atta ano hi mo (utai atta ano hi mo)
強く 深く 胸に 刻まれていく
Tsuyoku (fukaku) mune ni kizamarete iku
だからこそあなたは だからこそ僕らは
Dakarakoso anata wa (dakarakoso bokura wa)
他の誰でもない 誰にも負けない
Tagano dare demo nai (dare ni mo make nai)
声を 挙げて “わたし”を 生きていくよと
koe wo (agete) "watashi" wo ikite iku yoto
約束したんだ ひとり ひとり ひとつ ひとつ 道を 選んだ
yakusoku shitan da hitori (hitori) hitotsu (hitotsu) michi wo eranda

サヨナラは悲しい言葉じゃない
Sayonara wa kanashii kotoba janai
それぞれの夢へと僕らを繋ぐ YELL
Sorezore no yume e to bokura wo tsunagu YELL
いつかまためぐり逢うそのときまで
Itsuka mata meguriau sono toki made
忘れはしない誇りよ 友よ 空へ
Wasure wa shinai hokori yo tomo yo sora e

僕らが分かち合う言葉がある
Bokura ga wakachiau kotoba ga aru
こころからこころへ 言葉を繋ぐ YELL
Kokoro kara kokoro e koe wo tsunagu YELL
ともに過ごした日々を胸に抱いて
Tomo ni sugoshita hibi wo mune ni daite
飛び立つよ 独りで 未来(つぎ)の 空へ
Tobidatsu yo hitori de tsugi no sora e

Kanji lyrics, Roumaji lyrics and English translation from
with edits

-----------------------------------------------------

I look back on the footprint I’ve left again and again
Thinking “Where is ‘me’ now?”
I scooped up the dead leaves in my arms
And drew my dreams on the autumn window with my numb fingertips

I have wings but I can’t fly
I’m afraid of being alone, it’s too painful
We’re leaving behind those days of cuddling in the gentle sun
And walking on to our lonely dreams

Goodbye isn’t a sad word
It’s a yell that connects us to our respective dreams
I’ll hold the days we spent together in my heart
And take off alone to my next sky

Why do we get impatient for an answer
And search for ourselves in darkness so deep that we get lost in it?
When we have the tears and straightforward smiles
Of just loving someone, right here?

When it comes to our real selves, we get off track, get confused
And think it’s made up by other people’s words
We’ll take hold of our natural weakness and the strength to face it
And start running to tomorrow for the first time

Maybe every time we say goodbye to someone
We can change, we can become stronger
Even if we take off to different skies
This love won’t stop, it still remains in my heart

Ever since I realised there’s no such thing as eternity
The day we laughed together, and the day we sang together
Have become strongly, deeply carved into my heart
That’s why you, that’s why we
Aren’t anybody else, can’t be beaten by anyone
We raised our voices and promised that we’d live our lives our way
Each of us chose our own path

Goodbye isn’t a sad word
It’s a yell that connects us to our respective dreams
Until we meet again someday
I won’t forget this pride, my friend, into the sky

We have a word that we share
It’s a yell that connects our voices, one heart to another
I’ll hold the days we spent together in my heart
And take off alone to my next sky

----------------------------------------------------

ฉันหันกลับไปมองรอยเท้าที่ฉันทิ้งไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า
ขณะที่กำลังคิดว่า " ตัวตนของ 'ฉัน' อยู่ที่ไหนแล้วในตอนนี้?"
ฉันกอบเอาใบไม้แห้งขึ้นมาในอ้อมแขนฉัน
และวาดฝันฉันลงไปบนหน้าต่างกลางฤดูใบไม้ร่วง ด้วยปลายนิ้วที่ด้านชา

ฉันมีปีกแต่ไม่อาจจะบินได้
ฉันหวาดกลัวที่จะต้องอยู่คนเดียวตามลำพัง มันเจ็บปวดเกินไป
เรากำลังทิ้ง วันวานที่เคยกอดกันภายใต้แสงแดดอันอ่อนโยน ไว้เบื้องหลัง
และเดินต่อไปยังฝันอันเงียบเหงาของเรา

คำเอ่ยลาไม่ใช่คำที่เศร้า
มันเป็นการร้องตะโกนที่เชื่อมเราไว้กับความฝันของตน
ฉันจะยึดเก็บวันเวลาที่เรามีกันไว้ในใจฉัน
และออกบินไปโดยลำพัง ไปสู่ท้องฟ้าของฉันข้างหน้า

ทำไมเราถึงได้ใจร้อนที่จะได้คำตอบ
และออกค้นหาตัวเราเองท่ามกลางความมืดที่มืดมิดเสียจนเราหลงทาง
ทั้ง ๆ ที่เรามีทั้งน้ำตาและรอยยิ้มอันซื่อตรง
จากการได้รักใครบางคน ณ ที่แห่งนี้?

เวลาที่มันเกี่ยวกับตัวตนของเราที่แท้จริง เรากลับหลงทาง กลับสับสน
และคิดว่ามันถูกสร้างขึ้นมาจากคำพูดของคนอื่น
เราจะเกาะกุมจุดอ่อนตามธรรมชาติของเรา กับความเข้มแข็งที่จะเผชิญหน้ากับมัน
และเริ่มออกวิ่งไป สู่วันพรุ่งนี้เป็นครั้งแรก

อาจจะเป็นว่า ทุก ๆ ครั้งที่เราเอ่ยคำลาไปกับใครสักคน
เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เราสามารถเข้มแข็งขึ้นได้
ถึงเราจะออกบินไปสู่ท้องฟ้าแห่งอื่น
รักนี้จะไม่มีวันหยุดลง มันจะยังคงอยู่ในใจฉัน

ตั้งแต่ฉันตระหนักได้ว่า ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าชั่วนิรันดร์
วันเวลาที่เราหัวเราะไปด้วยกัน และร้องเพลงไปด้วยกัน
ได้ถูกจารึกไว้ลึก ๆ ลงในใจฉันอย่างแนบแน่น
นั่นแหละทำไมเธอ นั่นแหละทำไมเรา
ถึงไม่ใช่คนอื่นใด ถึงไม่แพ้คนอื่น
เราร้องตะโกนออกไปและสัญญาว่า เราจะมีชีวิตของเราตามวิถีของเราเอง
เราแต่ละคนต่างก็เลือกเส้นทางของเราเอง

คำเอ่ยลาไม่ใช่คำที่เศร้า
มันเป็นการร้องตะโกนที่เชื่อมเราเข้าไว้กับความฝันของตน
จนกว่าเราจะพบกันใหม่เข้าสักวัน
ฉันจะไม่ลืมความภาคูมิใจนี้ เพื่อนของฉัน สู่ท้องฟ้า

เรามีคำ ๆ หนึ่งที่เราใช้ร่วมกัน
มันเป็นการร้องตะโกนที่เชื่อมเสียงของเรา ดวงใจของเรา เอาไว้ด้วยกัน
ฉันจะยึดเก็บวันเวลาที่เรามีกันไว้ในใจฉัน
และออกบินไปโดยลำพัง ไปสู่ท้องฟ้าของฉันข้างหน้า

No comments: